ไม่พบรายการที่ท่านค้นหา


รู้ข้อมูลเบื้องต้น ก่อนตัดสินใจซื้อทีวีเครื่องใหม่

          สำหรับบ้านไหนที่กำลังจะซื้อทีวีเครื่องใหม่... แล้วทีวีก็มีหลายแบบ หลากรุ่นให้เลือก จนไม่รู้จะเลือกอย่างไรดี baan & BEYOND จึงรวบรวมข้อมูลเบื้องต้น ก่อนตัดสินใจซื้อทีวีเครื่องใหม่มาให้ที่นี่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของประเภทจอภาพ ความละเอียดของภาพ ประเภทของทีวี ไปจนถึงระยะห่างและขนาดของทีวี

ประเภทจอภาพ

          - LCD TV (Liquid Crystal Display) เป็นทีวีจอแบนรุ่นแรก ๆ หน้าจอให้สีที่สว่างสดใส เหมาะกับการต่อเป็นจอมอนิเตอร์ สำหรับใช้ในห้องที่มีความสว่างสูง เช่น ห้องนั่งเล่น และสามารถนำไปติดตั้งในร้านอาหาร ร้านค้า เพื่อเป็นจอมอนิเตอร์โฆษณาสินค้า หรือเปิดรายการทีวีให้ลูกค้าดูได้

          - LED TV (Light Emitting Diode) เป็นทีวีจอแบนที่นิยมใช้กันมาก พัฒนาต่อยอดมาจาก LCD TV ซึ่งหน้าจอสว่างและสีสันค่อนข้างสดกว่า ขนาดบางกว่า และกินไฟน้อยกว่าจอ LCD TV ซึ่งจอ LED TV นี้ ยังแยกได้อีก 3 ประเภท คือ EDGE LED ตัวเครื่องบางลง และกินไฟน้อย, Full LED ให้ภาพที่คมชัด สีสันสดใส, RGB LED ภาพที่แสดงบนจอมีความชัดเจน มีสีสันที่ถูกต้อง และมีมิติมากกว่า 2 ประเภทข้างต้น

          - OLED TV (Organic Light Emitting Diode) เป็นทีวีจอโค้ง แสดงสีสันของภาพได้สม่ำเสมอไม่ว่าจะมองจากองศาใด คุมโทนสีดำได้มืดสนิท กินไฟน้อย

ความละเอียดของจอภาพ (Resolution)

          - ความละเอียดระดับ HD (1366 x 768 Pixel) เป็นความละเอียดของจอภาพในระดับมาตรฐาน ที่ละครหรือรายการทางทีวีระบบดิจิทัลใช้ในการแพร่ภาพ

          - ความละเอียดระดับ Full HD (1920 x 1080 Pixel) เป็นความละเอียดของจอภาพที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เพื่อให้การชมภาพยนตร์แบบ Blu-ray หรือรับชมรายการทีวีในระบบดิจิทัลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

          - ความละเอียดระดับ UHD - Ultra High Definition หรือ 4K ความละเอียด 3840 x 2160 Pixel ซึ่งสูงกว่าระดับ Full HD ถึง 4 เท่า ความละเอียดของจอภาพระดับนี้ ช่วยให้ชมภาพจากหน้าจอได้อย่างคมชัด สมจริง แต่ในประเทศไทยรายการทีวีหรือคอนเทนต์ที่มีการถ่ายทำความละเอียดภาพระดับ UHD ยังไม่ค่อยมี หากบ้านไหนไม่ค่อยเน้นชมภาพยนตร์ อาจยังไม่จำเป็นต้องเลือกทีวีที่มีความละเอียดขนาดนี้

          - ความละเอียดระดับ 8K ซึ่งสูงกว่าระดับ Full HD ถึง 16 เท่า คือความละเอียดของจอภาพอยู่ที่ 7680 x 4320 Pixel แต่คอนเทนต์ต่าง ๆ ที่ถ่ายทำด้วยความละเอียดภาพสูงขนาดนี้แทบไม่มีให้เห็น จึงไม่จำเป็นหากจะเลือกทีวีที่มีความละเอียดของจอภาพระดับนี้ สำหรับบ้านพักอาศัย

ประเภทของทีวี

          - Smart TV หรือทีวีอัจฉริยะ มีแอพพลิเคชั่นให้เลือกใช้มากมาย จะว่าไปก็คล้ายกับ Smart Phone นั่นเอง แต่ Smart TV จะเป็นการรวมฟังก์ชั่นการทำงานของทั้งทีวี คอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เนตเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้นอกจากการดูทีวีทั่วไปแล้ว ยังสามารถ ดูหนัง ฟังเพลงผ่าน Youtube ได้ เล่นเกม เล่นอินเตอร์เน็ต โพส Facebook twitter หรือคุยกับเพื่อนผ่าน Skype ได้ อีกทั้งยังติดตาม อ่านข่าวสารออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ไปพร้อมกับการชมรายการทีวีระบบปกติได้อีกด้วย และ Smart TV บางรุ่นยังสามารถรองรับการแสดงภาพแบบ 3 มิติได้ด้วย โดยต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเข้ากับทีวี

          - ทีวี 3 มิติ หรือ 3D TV (3 Dimension) เป็นทีวีที่สามารถเห็นภาพแบบมีมิติ ตื้น ลึก หนา บาง และลอยได้อย่างชัดเจน จึงทำให้ภาพมีความสมจริง และได้อรรถรสในการรับชมมากกว่าจอแบบ 2 มิติจากทีวีธรรมดา เพราะทีวี 3 มิติจะให้ความรู้สึกคล้ายว่าเราไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริง ๆ แต่การดูทีวี 3 มิตินี้ ก็ต้องใช้แว่นชมทีวี 3 มิติ เป็นอุปกรณ์ช่วยด้วย หากไม่ใช้แว่น 3 มิติ อาจทำให้สายตาเสียได้ ซึ่งรูปแบบการแสดงผลทีวีแบบ 3 มิติ สามารถแบ่งออกได้อีก 3 แบบคือ แบบ Anaglyphic 3D หรือ ภาพ 3 มิติแบบแว่น 2 สี (Passive) คือ สีน้ำเงิน-แดง, แบบ Polarized 3D หรือ ภาพ 3 มิติแบบสลับเส้นเลขคู่เลขคี่ (3D Passive) ต้องใช้แว่นตาแบบ Polarized Glasses เป็นแว่น 3 มิติแบบไม่ต้องใส่ถ่าน ซึ่งจอ 3 มิติประเภทนี้เป็นเทคโนโลยีเดียวกับโรงภาพยนตร์ IMAX, แบบ Frame Sequential 3D เป็นการส่งเฟรมภาพซ้าย-ขวาสลับกัน (3D Active) ทำให้ภาพมีมิติ และให้ความคมชัดสูง แว่น 3 มิติที่ใช้ ต้องเป็นแบบใส่ถ่าน

ขนาดของทีวีและระยะห่าง

          บางคนอาจไม่ทันได้คิดถึงเรื่องความสัมพันธ์ของระยะห่างที่เหมาะสมกับขนาดของทีวี คิดเพียงแต่ว่าจอใหญ่ดูได้ชัดและเต็มตาดี ซึ่งหากเลือกทีวีจอใหญ่มา แล้วระยะห่างระหว่างของทีวีกับพื้นที่ส่วนที่คุณนั่งดูห่างกันไม่มาก จะทำให้ระยะห่างและขนาดทีวีไม่สัมพันธ์กัน ทำให้ดูทีวีได้ไม่ชัดเจนเท่าที่ควรและไม่ได้อรรถรส แต่หากวางทีวีไว้ในระยะห่างที่เหมาะสมกับขนาดหน้าจอทีวี จะช่วยให้เห็นภาพได้ดี ได้ชัดเจนขึ้น ดังนั้น ระยะห่างและขนาดของทีวีก็สำคัญไม่แพ้ข้ออื่น ๆ เลย โดยคุณสามารถเทียบขนาดของทีวีและระยะห่าง ตามด้านล่างนี้ได้เลย

– ทีวีขนาดต่ำกว่า 32 นิ้ว ระยะห่างควรอยู่ประมาณ 1.5 เมตร หรือน้อยกว่า

– ทีวีขนาด 32-40 นิ้ว ระยะห่างควรอยู่ประมาณ 1.5 ถึง 2 เมตร

– ทีวีขนาด 42-48 นิ้ว ระยะห่างควรอยู่ประมาณ 2 ถึง 2.5 เมตร

– ทีวีขนาด 50-55 นิ้ว ระยะห่างควรอยู่ประมาณ 2.5 เมตร

– ทีวีขนาด 55 นิ้วขึ้นไป ระยะห่างควรอยู่ประมาณ 2.5 ถึง 3 เมตรขึ้นไป

 

>> ช้อปทีวีและเครื่องเสียง ได้ที่หน้าร้าน และหน้าเว็บ คลิก

 

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

10 ของใช้ในบ้านที่หมดอายุ แต่มักลืมว่าควรเปลี่ยน

สินค้าแนะนำ